จอยทัวร์โดยซียูอะเกน ทัวร์ไอซ์แลนด์กลุ่มเล็กด้วยรถตู้ 1-9 พฤศจิกายน 2569
จอยทัวร์โดยซียูอะเกน ทัวร์ไอซ์แลนด์กลุ่มเล็กด้วยรถตู้ 1-9 พฤศจิกายน 2569
ไอซ์แลนด์เส้นทางครบไฮไลต์ และ UNSEEN (9 วัน 8 คืน ไม่รวมวันเดินทาง)
"ไอซ์แลนด์" ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง บนเส้นทางธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลก Ring Road ไอซ์แลนด์ รวมครบทุกไฮไลท์ ไม่มีกั๊ก และ อันซีนขั้นสุด เดินทางสะดวกสบาย ด้วยรถตู้พร้อมคนขับส่วนตัว กรุ๊ปรับแค่ 6 ท่าน ไม่วุ่นวาย ได้อยู่กับธรรมชาติ และล่าแสงเหนือเต็มที่ ไม่อยากพลาดทริปเคาท์ดาวน์ที่ฟินที่สุดในชีวิต ทักแชทขอโปรแกรมเต็มด่วน!(ช้าหมด 6 ที่นั่งเท่านั้นค่ะ)
ไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลก กับ "จอยทัวร์โดยซียูอะเกน (See You Again)" ที่จะเปลี่ยนการเดินทางของคุณให้พิเศษกว่าใคร เป็นกันเอง และเข้าถึงจุดไฮไลท์ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่วุ่นวาย ได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม และที่สำคัญ... เราพร้อมพาคุณ ล่าแสงเหนือ (Aurora) กันแบบเต็มที่
คำแนะนำจองสายการบิน
กรุงเทพ - เรคยาวิก - 1 พฤศจิกายน 2569 (สายการบินไทย, ICELAND AIR)
เรคยาวิก - กรุงเทพ - 9 พฤศจิกายน 2569 - (ICELAND AIR, สายการบินไทย)
ไอซ์แลนด์เส้นทางครบไฮไลต์ และอันซีน (ICELAND UNSEEN) (9 วัน 8 คืน ไม่รวมวันเดินทาง)
Day 1 - 1 พฤศจิกายน 2569 - เรคยาวิก (ไอซ์แลนด์) - บลูลากูน (Blue Lagoon) - เซลฟอสส์ (Selfoss)
รับท่าน ณ สนามบิน นำท่านเดินทางสู่ บลูลากูน (Blue Lagoon) สปาน้ำแร่ธรรมชาติระดับโลก บ่อน้ำแร่ซิลิกาความร้อนใต้พิภพสีฟ้าพาสเทลตัดกับทุ่งลาวาสีดำสนิท อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ เป็นการต้อนรับสู่ไอซ์แลนด์ที่ดีที่สุ! หลังจากนั่งเครื่องบินมาอย่างยาวนาน ไม่มีอะไรจะฟินไปกว่าการได้แช่น้ำอุ่นๆ อุณหภูมิประมาณ 37?40?C ภาพไอน้ำสีขาวลอยอวลอยู่เหนือผืนน้ำสีฟ้าคราม สลับกับทัศนียภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมโขดหินลาวารอบๆ เป็นความงามที่ดูลึกลับและหรูหราในเวลาเดียวกัน
จากนั้น เดินทางสู่เมือง Selfoss เมืองศูนย์กลางทางใต้ อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ (คืนนี้มีโอกาสลุ้นชมแสงเหนือหากสภาพอากาศเปิด)
เข้าสู่ที่พัก เมือง Selfoss (ที่พัก : Hotel Brú countryside)
Day 2 - 2 พฤศจิกายน 2569 - วงทองคำ (Golden Circle) - ซิงเวลลียร์ - กูลฟอสส์ - เกย์ซีร์ - น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์
วันนี้ เที่ยวชมเส้นทางสายประวัติศาสตร์และธรรมชาติ Golden Circle เริ่มต้นจาก อุทยานแห่งชาติซิงเวลลียร์ (Thingvellir National Park) รอยเลื่อนของเปลือกโลกสองทวีป (อเมริกาเหนือและยูเรเซีย) ที่แยกออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด และเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกของโลก เพื่อให้คุณได้เดินอยู่ "ระหว่างสองทวีป" เป็นจุดเชื่อมต่อทางธรณีวิทยาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ (Geysir) ต้นกำเนิดของคำว่า Geyser ทั่วโลก ชมน้ำพุร้อนสโตรกกูร์ (Strokkur) ที่พวยพุ่งขึ้นฟ้าสูงถึง 20-40 เมตร ทุกๆ 5-10 นาที สัมผัสพลังงานความร้อนใต้พิภพอันทรงพลังของโลกอย่างใกล้ชิด ยืนลุ้นมุมกล้องนับถอยหลังวินาทีที่น้ำพุจะระเบิดตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า สีฟ้าสดของบ่อน้ำเดือดก่อนที่มันจะพุ่งพรวดขึ้นมาตัดกับปุยหิมะรอบข้าง เป็นจังหวะมหัศจรรย์ที่ต้องกดชัตเตอร์รัวๆ
เดินทางไปชม น้ำตกกูลฟอสส์ (Gullfoss) หรือ น้ำตกทองคำ น้ำตกขนาดใหญ่ที่สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาในเหวขนาดยักษ์อย่างทรงพลัง นี่คือหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ เป็นสัญลักษณ์ที่ไม่มาถือว่ามาไม่ถึง ถ้าอากาศเย็นมากๆ สายน้ำบางส่วนจะกลายเป็นน้ำแข็งย้อยสีฟ้าคราม ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาปะทะอากาศหนาวเกิดเป็นทัศนียภาพที่ดูยิ่งใหญ่อลังการและดุดัน
แวะชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) น้ำตกหน้าผาสูงที่โด่งดังจากการที่เราสามารถเดินอ้อมไปทางด้านหลังของม่านน้ำได้ เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำตกจาก "มุมมองด้านใน" มองผ่านม่านน้ำออกมาเห็นวิวทุ่งราบกว้างใหญ่ ยิ่งในช่วงบ่ายของหน้าหนาว แสงอาทิตย์อุทัยระดับต่ำจะส่องทะลุม่านน้ำและก้อนน้ำแข็งที่เกาะอยู่รอบๆ เกิดเป็นประกายระยิบระยับสวยงามจับตา
อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่ที่พักย่าน Vik (ที่พัก :Hótel Kría)
Day 3 - 3 พฤศจิกายน 2569 - น้ำตกสโกกาฟอสส์ - หาดทรายดำเรย์นิสฟยารา - หมู่บ้านวิก - ธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน
ชม น้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) น้ำตกที่มีม่านน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สมบูรณ์แบบและสูงถึง 60 เมตร มีความสวยงามตระการตาด้วยละอองน้ำที่สะท้อนแสงแดดหน้าหนาว
จากนั้น ชม หาดทรายดำเรย์นิสฟยารา ชายหาดทรายสีดำสนิทจากลาวาภูเขาไฟ ติดอันดับ 1 ใน 10 ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก พร้อมหน้าผาแท่งหินบะซอลต์หกเหลี่ยม (Basalt Columns) ที่เรียงตัวกันราวกับประติมากรรม เพื่อชมความแปลกตาที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น ซึ่งหาดูได้ยากมากในโลกมนุษย์ ทรายสีดำสนิท ตัดกับคลื่นสีขาวฟองฟูของมหาสมุทรแอตแลนติก และหิมะสีขาวที่เกาะอยู่ตามแท่งหินบะซอลต์ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซี
จากนั้น เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull) และ หาดเพชร (Diamond Beach) ทะเลสาบที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่แตกตัวมาจากธารน้ำแข็งหลัก ลอยล่องอยู่กลางน้ำ และก้อนน้ำแข็งเหล่านั้นจะถูกคลื่นซัดมาเกาะเกยบนหาดทรายดำติดกัน สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และล่องเรือสะเทินน้ำสะเทินบกเข้าไปประชิดก้อนน้ำแข็งพันปี น้ำแข็งก้อนยักษ์ที่มีสีฟ้าใสดั่งคริสตัล วางเรียงรายอยู่บนพื้นทรายสีดำสนิท สะท้อนแสงแดดเป็นประกายแวววาวราวกับเพชรเม็ดโตที่กระจายอยู่เต็มชายหาด สวยจนลืมหายใจ
อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่ที่พักย่าน Hofn (ที่พัก : Höfn - Berjaya Iceland Hotels)
Day 4 - 4 พฤศจิกายน 2569 - ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าธรรมชาติ (Natural Blue Ice Cave) - Unseen - น้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss)
นำคณะเดินทางสู่จุดนัดพบอุทยานเพื่อเปลี่ยนนั่งรถ Super Jeep 4x4 ลุยฝ่าหิมะสัมผัสความ Unseen ขั้นสุดกับ ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าธรรมชาติ (Natural Blue Ice Cave) - Unseen นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่จะสัมผัสได้เฉพาะช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มีนาคม) เท่านั้น ในฤดูร้อนถ้ำเหล่านี้จะละลายหายไป และจะก่อตัวขึ้นใหม่ในรูปทรงที่เปลี่ยนไปทุกๆ ปี การพาลูกค้าเปลี่ยนนั่งรถ Super Jeep 4x4 เข้าไปเดินลุยในถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติ
ด้านในถ้ำจะเป็นผลึกน้ำแข็งหนาพันปีสีฟ้าครามสดใส (Crystal Blue) ราวกับหลุดเข้าไปในวังน้ำแข็งของราชินีเอลซ่า แสงอาทิตย์หน้าหนาวที่ส่องกระทบตัวน้ำแข็งจะเกิดประกายระยิบระยับ เป็นภาพ Unseen ที่รถทัวร์ทั่วไปไม่ค่อยรวมเพราะต้องใช้เวลาและจำกัดจำนวนคนเข้า แต่เหมาะกับกรุ๊ปรถตู้ 6 ท่าน
รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นชม น้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) - น้ำตกหลังม่านแท่งหินสีดำ น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา จุดเด่นคือถูกโอบล้อมด้วยแท่งหินลาวาบะซอลต์สีดำสนิทที่ห้อยตัวลงมาเหมือนออร์แกนในโบสถ์ (เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโบสถ์ Hallgrimskirkja ในเมืองหลวง) เดินเท้า (การไปน้ำตกสวาร์ติฟอสส์จะต้อง เดินเท้า (Hiking) จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานสกาฟตาเฟล ระยะทางไป-กลับประมาณ 3 กิโลเมตร) ผ่านเส้นทางธรรมชาติในหน้าหนาวเพื่อไปเจอน้ำตกนี้ เป็นอะไรที่ Unseen และสงบมาก แท่งหินสีดำจะมีเกล็ดหิมะสีขาวเกาะสลับ และตัวน้ำตกบางส่วนจะกลายเป็นน้ำแข็งย้อย สวยงามแปลกตาไม่ซ้ำกับน้ำตกอื่นๆ
อันซีน จุดชมวิวภูเขาเวสทราฮอร์น และหาดทรายดำสต็อกส์เนส (Vestrahorn Mountain & Stokksnes) เก็บแสงเย็น หรือใช้เป็น "จุดล่าแสงเหนือ" ในตอนค่ำหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เพราะยอดเขาเวสทราฮอร์น (ฉายาภูเขาค้างคาว) เป็นภูเขาหินแหลมสูงชันที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาดทรายดำ ยามน้ำทะเลหนุนต่ำ ผืนน้ำบนหาดทรายดำจะนิ่งสนิทและสะท้อนภาพภูเขาทั้งลูกราวกับกระจกบานยักษ์ (Mirror Effect) สวยงามและอลังการจนช่างภาพทั่วโลกยกให้เป็นโลเคชั่นในฝัน (หากฟ้าเปิดสนิท คนขับรถตู้พาลูกค้ากลับไปที่ภูเขาเวสทราฮอร์นอีกครั้ง เพื่อตั้งกล้องรอถ่ายภาพแสงเหนือพาดผ่านยอดเขาค้างคาว เป็นภาพ Unseen)
อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่ที่พักย่าน Hofn เข้าสู่ที่พักย่าน Hofn (ที่พัก : Höfn - Berjaya Iceland Hotels)
Day 5 - 5 พฤศจิกายน 2569 - โบสถ์หญ้าคา ฮอฟสคีร์คยา (Hofskirkja Turf Church) - ฟยอร์ดตะวันออก (East Fjords) - V?k Baths ลากูนน้ำแร่ - เมืองเอคิลส์สตาร์ดีร์ (Egilsstadir)
ช่วงเช้า อันซีน พาชม โบสถ์หญ้าคา ฮอฟสคีร์คยา (Hofskirkja Turf Church) เป็นจุดพักรถและถ่ายภาพสั้นๆ ที่สวยแปลกตา อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟลเพียงแค่ 15-20 นาที (เป็นทางผ่านไป H?fn เช่นกัน) ใช้เวลาแวะเพียง 15 นาทีก็สร้างความประทับใจได้มาก นี่คือ โบสถ์หญ้าคา (Turf Church) หลังสุดท้ายที่สร้างขึ้นในไอซ์แลนด์ (สร้างในปี 1884) หลังคาโบสถ์จะถูกปกคลุมด้วยดินและต้นหญ้า ซึ่งในเดือนธันวาคม หญ้าเหล่านี้จะถูกเคลือบด้วยหิมะสีขาวโพลน ดูเหมือนบ้านในนิทานโบราณตัวน้อยๆ น่ารักและ Unseen มาก
จากนั้น ขับรถลัดเลาะตามแนว East Fjords เส้นทางขับรถเลียบชายฝั่งตะวันออกที่ยาวไกล เต็มไปด้วยเทือกเขาสูงชัน ฟยอร์ดที่เว้าแหว่ง และหมู่บ้านชาวประมงสไตล์นอร์ดิกโบราณ เนื่องจากเราเดินทางรอบเกาะ (Ring Road) เส้นทางนี้คือการซึมซับความเงียบสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของไอซ์แลนด์อย่างแท้จริง ไร้ความวุ่นวาย รถตู้กลุ่มเล็กของเราสามารถแวะจอดถ่ายรูปตามจุดชมวิวลับๆ ได้ตลอดทาง ทัศนียภาพของภูเขาสูงยอดแหลมที่ถูกคลุมด้วยหิมะ สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำทะเลที่นิ่งสงบในอ่าวฟยอร์ด เป็นภาพความงามที่ให้ความรู้สึกสงบและยิ่งใหญ่
พาเที่ยวอันซีน V?k Baths ลากูนน้ำแร่ร้อนลอยน้ำแห่งเดียวในไอซ์แลนด์ (Unseen & Relax) ห่างจากตัวเมือง Egilsstadir เพียง 5-10 นาที เป็นบ่อน้ำแร่ร้อนทางธรรมชาติที่ถูกดีไซน์ให้เป็น "สระน้ำอุ่นทรงเรขาคณิตลอยอยู่บนทะเลสาบน้ำแข็ง" (Urri?avatn) การได้แช่น้ำแร่ร้อนๆ ท่ามกลางทัศนียภาพของทะเลสาบและหิมะหน้าหนาว เป็นอะไรที่ฟินและเงียบสงบมาก (คนไม่แน่นเท่า Blue Lagoon หรือ Sky Lagoon) แถมน้ำแร่ที่นี่ยังสะอาดบริสุทธิ์ระดับที่สามารถดื่มได้ด้วย
เดินทางถึงเมือง Egilsstadir เมืองหลักของภาคตะวันออก คืนนี้เป็นจุดที่ฟ้ามืดสนิทและเคลียร์มากที่สุดจุดหนึ่ง สำหรับล่าแสงเหนือ
อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่ที่พักย่าน Egilsstadir (ที่พัก : Ormurinn Cottages)
Day 6 - 6 พฤศจิกายน 2569 - น้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) - พื้นที่ความร้อนใต้พิภพมิวาทน์ (Myvatn) - น้ำตกโกดาฟอสส์
เดินทางสู่น้ำตก Dettifoss น้ำตกที่ขึ้นชื่อว่า "ทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป" ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าลงสู่หุบเหว เพื่อให้คุณได้ยินเสียงกึกก้องและแรงสั่นสะเทือนของผืนดิน ยามที่กระแสน้ำนับแสนลิตรตกลงสู่เบื้องล่าง ความกว้างขวางและความดิบของธรรมชาติที่นี่ ยิ่งในหน้าหนาวที่มีน้ำแข็งและหิมะล้อมรอบ ยิ่งทำให้ดูทรงพลังและดูขลังมากๆ
รับประทานอาหารกลางวัน
บ่ายเที่ยวชมรอบ ทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Myvatn)
น้ำตกโกดาฟอสส์ (Godafoss) น้ำตกแห่งพระเจ้า น้ำตกรูปครึ่งวงกลมโค้งมนที่สวยงามและอ่อนช้อย เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ชาวไอซ์แลนด์ทิ้งรูปเคารพเทพเจ้าโอดีนเพื่อเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์
เดินทางสู่เมือง Husavik เมืองชายฝั่งทางเหนือ เข้าสู่ที่พักและพักผ่อน
Day 7 - 7 พฤศจิกายน 2569 - ล่องเรือชมวาฬที่ฮูซาวิก (Husavik) - เมืองอะกูเรย์รี (Akureyri)
ช่วงเช้า เดินทางไป ท่าเรือฮูสาวิก ร่วมกิจกรรม ล่องเรือชมวาฬ (Whale Watching) ณ เมือง Husavik ฮูซาวิกได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งการชมวาฬของยุโรป" มีอัตราการเจอวาฬสูงเกือบ 100% ในอ่าวธรรมชาต ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้เห็นวาฬหลังค่อม (Humpback Whale) หรือโลมา ออกมาแหวกว่ายตามธรรมชาติในมหาสมุทรอาร์กติก ภาพของหางวาฬยักษ์ที่ยกตัวขึ้นเหนือน้ำโชว์ความสง่างาม โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาหิมะโอบล้อมอ่าว เป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจจนแทบลืมหายใจ (บนเรือมีชุดกันหนาวพิเศษแบบหนานุ่มให้ใส่กันหนาว)
เมื่อทุกคนสวมชุดโอเวอร์ออลกันลมกันน้ำและเสื้อชูชีพเรียบร้อยแล้ว เรือจะพาคุณพุ่งทะยานออกสู่อ่าวสกาลฟานดิ (Skj?lfandi Bay) ใช้เวลาไม่นาน จะได้พบวาฬและโลมาที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำอาร์กติกแห่งนี้ ด้วยความเร็วของเรือที่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง โอกาสในการพบเห็นวาฬจึงยิ่งสูงขึ้น วาฬที่พบได้บ่อยที่สุดสองชนิดในบริเวณนี้ขึ้นชื่อเรื่องการโผล่พ้นผิวน้ำและท่วงท่ากายกรรมอันน่าตื่นตา ได้แก่ วาฬหลังค่อมผู้ยิ่งใหญ่ และโลมาปากขาวผู้เป็นมิตร
นอกจากนี้ยังอาจได้พบวาฬมิงค์และปลาโลมาท่าเรือซึ่งมีเสน่ห์น่ารักไม่แพ้กัน ฮูสาวิกได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการชมวาฬของยุโรป เพราะความหลากหลายของสัตว์ทะเลที่น่าทึ่ง คุณยังมีโอกาสเห็นวาฬสีน้ำเงิน วาฬฟิน วาฬนำร่อง รวมถึงวาฬเพชฌฆาตอีกด้วย หลังจากได้ชมความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตในทะเลอย่างจุใจ เรือจะพาคุณกลับสู่ท่าเรือฮูสาวิก
บ่าย เดินทางสู่เมือง อะกูเรย์รี (Akureyri) เมืองใหญ่อันดับสองของไอซ์แลนด์ ฉายา "เมืองหลวงแห่งภาคเหนือ" เมืองน่ารักที่ตั้งอยู่ก้นฟยอร์ดที่ยาวที่สุดในประเทศ ชื่นชมสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตชาวเมืองเหนือ แวะชมโบสถ์ Akureyrarkirkja สัญลักษณ์ของเมือง และเดินเล่นย่านถนนคนเดินที่ตกแต่งไฟคริสต์มาสและสิ้นปีอย่างอบอุ่น ตัวเมืองสีสันสดใสสไตล์สแกนดิเนเวีย ตัดกับพื้นหิมะขาวและแสงไฟระยิบระยับยามเย็น ให้บรรยากาศเฟสทีฟอบอุ่นหัวใจ
อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่ที่พักย่าน Akureyri
Day 8 - 8 พฤศจิกายน 2569 - ยอดเขาคิร์คจูเฟล (Kirkjufell) - คาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Sn?fellsnes) - เรคยาวิก
ช่วงเช้าชม ยอดเขาคิร์คจูเฟล (Kirkjufell) หรือ "ภูเขาทรงหมวกพ่อมด" เป็นจุดถ่ายรูปสัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์และเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ Game of Thrones การได้ไปยืนถ่ายภาพภูเขาทรงหมวกพ่อมดคู่กับน้ำตกเล็กๆ ด้านหน้าที่มีน้ำแข็งเกาะ เป็นมุมมหาเสน่ห์ที่ทุกคนต้องร้องว้าว
แถมชมคาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Sn?fellsnes) บริเวณคาบสมุทรนี้ยังมีหน้าผาริมทะเลและหมู่บ้านชาวประมงที่สวยงามจนได้ฉายาว่า "Iceland in Miniature" (ไอซ์แลนด์ย่อส่วน) เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งสำหรับกรุ๊ปทัวร์รถตู้ขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเอาภูมิประเทศแทบทุกแบบของไอซ์แลนด์มาไว้ในคาบสมุทรเดียว ทั้งภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง หน้าผาริมทะเล หาดทรายดำ และทุ่งลาวา
เดินทางเข้าสู่ เรคยาวิก (Reykjavik) เมืองหลวง ซิตี้ทัวร์เมือง ชมโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja): โบสถ์คอนกรีตทรงหัวลูกศรที่ออกแบบตามลักษณะของแท่งหินบะซอลต์ สัญลักษณ์เด่นสูงสุดของเมืองหลวง และ อาคารคอนเสิร์ตฮอลล์ Harpa: อาคารกระจกรูปทรงเรขาคณิตสะท้อนแสงไฟหลากสีสันริมท่าเรือ
อิสระพาไปร้านอาหาร และรับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่ที่พักย่าน เรคยาวิก
Day 9 - 9 พฤศจิกายน 2569 - เรคยาวิก - สนามบินเคฟลาวิก
04.30 น. เช็คเอาท์และเดินทางสู่สนามบินเคฟลาวิก มุ่งหน้ากลับสู่ประเทศไทย พร้อมความทรงจำและความประทับใจ
ราคาท่านละ 98,500 บาท (พักคู่)
ราคารวม
1 รถตู้พร้อมคนขับ คนขับคนไทย พาเดินเที่ยวในตัว
2 โรงแรม พักคู่
3 ตั๋วเข้า Vök Baths
4 ตั๋วล่องเรือชมวาฬที่ฮูซาวิก
5 ตั๋วชม ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าธรรมชาติ
6 ตั๋วเข้า บลูลากูน (Blue Lagoon)
ราคาไม่รวม
1 ทิปคนขับ
2 ไม่รวมอาหาารเช้า เที่ยง เย็น
3 ตั๋วเครื่องบิน
4 วีซ่า
5 อื่นๆ ที่ไม่เขียนว่ารวม
JOIN TOUR
- จอยทัวร์สงกรานต์โปรตุเกส 2569 Grand Portugal: เจาะลึกโปรตุเกส เสน่ห์ที่โลกหยุดหมุน สไตล์ SEE YOU AGAIN (2026)
- จอยทัวร์ตลาดคริสต์มาส เดือนธันวาคม 2568 ยุโรปตะวันออก เชค ออสเตรีย ฮังการี สโลวาเกีย (5 - 12 ธันวาคม 2568)
- จอยทัวร์ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เดือนตุลาคม 2568 ยุโรปตะวันออก เชค ออสเตรีย ฮังการี สโลวาเกีย (18 - 25 ตุลาคม 2568)
- จอยทัวร์สงกรานต์ เดือนเมษายน 2568 ยุโรปตะวันออก เชค ออสเตรีย ฮังการี สโลวาเกีย (12 - 19 เมษายน 2568)
- Welcome to จอยทริป ยุโรปตะวันออก
